|
| |
 |
 |
|
สบายๆสไตล์ไมตรี : คืนชีวิตให้แผ่นดิน
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้พบกับคุณวิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติด้วยความบังเอิญ ที่ชุมพรคาบาน่ารีสอร์ท
ผมรู้จักกับคุณวิวัฒน์มานานหลายปี ตั้งแต่สมัยที่ท่านยังรับราชการ จนกระทั่งออกมาตั้งมูลนิธิที่มีชื่อว่า กสิกรรมธรรมชาติ
คุณวิวัฒน์สามารถทำที่ดินที่อำเภอบ้านบึง ชลบุรี ซึ่งเดิมเป็นไร่มันสำปะหลัง แทบไม่มีปุ๋ยอะไรเลย พลิกฟื้นให้เป็นดินที่มีค่า สามารถปลูกพืชไร่ได้ทุกชนิด โดยใช้วิธีที่เรียกรวม ๆ ว่า คืนชีวิตให้แผ่นดิน
ผมก็ไม่ทราบว่าคุณวิวัฒน์มีวิธีทำอย่างไรต่อดินที่ไร้คุณภาพให้มีคุณค่าขึ้น รู้เพียงคร่าว ๆ ว่า ท่านทำได้สำเร็จเพราะใช้ทฤษฎีทุกอย่างจากที่เคยเรียนรู้จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีหลักให้ธรรมชาติเกื้อหนุนกันเอง เช่น การทำปุ๋ย จะใช้เศษวัสดุจากพืชที่ทิ้งแล้วมาหมัก
ขี้วัว ขี้ควาย ขี้ไก่ ทุกขี้มีค่า เพราะเป็นสิ่งที่คุณวิวัฒน์สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น นอกจากทำปุ๋ยหมักแล้ว ยังนำมาปั้นปนกับดินเหนียวเป็นก้อนใส่ลงไปในบ่อปลาเป็นอาหารปลาได้
ผมเคยไปที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติของคุณวิวัฒน์ ที่บ้านบึง จึงได้เห็นผลงานของท่าน ที่มีพืชไร่อุดมสมบูรณ์ แล้วยังมีฟาร์มเลี้ยงสัตว์อีกต่างหาก แต่ที่ผลิตเป็นหลักก็คือปุ๋ย ซึ่งเป็นพื้นฐานของเกษตรทุกชนิด
ผมยังจำได้ที่คุณวิวัฒน์บอกผมว่า หนึ่งครอบครัวมีที่ดินแค่ 100 ตารางวา ก็อยู่ได้อย่างสบายถ้ารู้จักใช้ที่ดินให้ได้ประโยชน์เต็มที่ เพราะที่ดินผืนเดียวกันสามารถปลูกพืชได้ถึง 5 ชั้น
ชั้นแรกเป็นพืชที่กินหัว ที่ฝังอยู่ในดิน
ชั้นต่อมาเป็นพืชคลุมดินซึ่งนำมากินได้หลายอย่าง เช่น ผักบุ้ง ผักต่าง ๆ และสมุนไพรบางชนิด
ชั้นสูงขึ้นอีกเป็นพืชประเภท กะเพรา ตะไคร้ พริก ฯลฯ
สูงขึ้นไปอีกชั้น ก็ประเภทกล้วย มะละกอ มะนาว ฯลฯ
ชั้นสูงสุดก็ประเภท หมาก มะม่วง อะไรทำนองนี้
ถ้าใครทำได้อย่างที่ว่าข้างต้นก็จะสะดวก สบายในการกิน แปลว่าเพียงแค่เดินออกจากบ้านก็ไปเก็บผลหมากรากไม้มาทำกินได้โดยไม่ต้องวิ่งไปซื้อที่อื่นไกล ๆ เพราะเหมือนมีตลาดสดอยู่ติดกับบ้าน แถมยังไม่ต้องเสียเงินเพราะเป็นของตัวเอง
ยังมีอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากที่ผมได้ไปเห็น เนื่องจากผมไม่ค่อยจะรู้เรื่องเกี่ยวกับเกษตรมากนัก เกรงว่าจะนำมาเขียนไม่ถูกต้อง
การที่ผมได้พบกับคุณวิวัฒน์ที่ชุมพรคาบาน่า ท่านไม่ได้ไปเที่ยว แต่ไปบรรยายเกี่ยวกับเรื่องกสิกรรมธรรมชาติให้นักศึกษาปริญญาโทของนิด้า พร้อมกับถือโอกาสพานักศึกษาดูงานที่รีสอร์ต แห่งนี้ด้วย เพราะเป็นรีสอร์ตที่เจ้าของคือ คุณสุขุม รักษ์พันธุ์ และ วริสร ลูกชาย ใช้วิชาความรู้และแนวคิดจากคุณวิวัฒน์มาทำ จนพบความสำเร็จสามารถประหยัดเงินค่าใช้จ่ายได้ปีละหลายล้านบาท
ที่ประหยัดได้ก็เพราะได้นำเศษอาหารทุกอย่างในครัวไปทำปุ๋ย สามารถปลูกผัก นำมาใช้ในครัวได้เกือบทุกชนิด
ใช้วิธีปลูกต้นไม้น้ำลงในบ่อน้ำเสียเพื่อทำให้น้ำสะอาด
เลี้ยงไก่เอาไข่ใช้เลี้ยงแขก เอาขี้ไก่ไปทำปุ๋ยและอาหารปลา
ตั้งโรงสีข้าวเล็ก ๆ เพื่อเอาข้าวที่ได้ เลี้ยงพนักงาน เอาแกลบและรำไปทำปุ๋ยและอาหารสัตว์ แล้วยังทำอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่ต้องไปซื้อหาที่ตลาดให้เสียเงินและเวลา
หลังจากคุณวิวัฒน์ได้ทำหน้าที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ได้นั่งพูดคุยกันหลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับกสิกรรมธรรมชาติที่ต้องการพลิกฟื้นคืนชีวิตให้แผ่นดิน
ทำให้ผมเกิดความเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า วิธีทำให้คนไทยของเราอยู่ได้อย่างสบายไม่เดือดร้อน หรือแก้จนได้ คงไม่มีวิธีไหนดีเท่ากับการเกษตร
ถ้าโรงแรมทุกแห่งที่ตั้งอยู่นอกเมืองใช้วิธีเอาการเกษตรมาช่วยเหมือนชุมพรคาบาน่า โรงเรียนทั่วประเทศ โดยเฉพาะที่อยู่ตามชนบท ใช้เนื้อที่ส่วนหนึ่งให้นักเรียนปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ด้วยวิธีธรรมชาติ ทำสวนครัวกินเอง ก็จะทำให้อยู่ดีกินดี ซึ่งทั้งหมดข้างต้น มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติมีเป้าหมายว่าจะสนับสนุนโดยยินดีเผยแพร่ความรู้เป็นวิทยาทาน ผู้ใดสนใจติดต่อไปได้ที่ 0-1862-8201 โทรสาร 0-3844-9009 หรือจะบริจาคเงิน ที่ดิน เข้ามูลนิธิก็ไม่ถือว่าผิดกติกาแต่ประการใด.
จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ คอลัมน์ สบายๆ สไตล์ไมตรี 4 สิงหาคม 2548 |
|
|