|
| |
 |
 |
|
ตาม“ออย" ไปชมรีสอร์ตแห่งความพอเพียง
ท่ามกลางความหลงใหลในวัตถุนิยมและความฟุ้งเฟ้อกับค่านิยมของคนเมืองในปัจจุบัน ทำให้แนวคิดปรัชญาหลักเศรษฐกิจพอเพียงของ "พ่อหลวง" จึงเป็นเพียงแค่หลักการที่ไม่มีใครจับต้อง เหมือนรู้จักศีล แต่ ไม่มีใครคิดปฏิบัติชี้ชัดได้จากรอบตัว
การเรียนรู้แนวคิดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง นั้นก็มีวิธีที่หลากหลาย แต่จะสืบทอดคำสอนของพ่อด้วยการเรียนรู้แบบเอาโฉนดมากาง เอากลอนมาท่อง ย่อมไม่ลึกถึงวิถีแก่นแห่งปรัชญาแน่นอน เพราะการเรียนรู้อะไรย่อมไม่รู้ดีเท่า การเรียนรู้ด้วยใจตนเอง ทั้งเรื่องของแนวคิดตามพระราชดำริก็มิได้หมายความไปถึงเพียงเศรษฐกิจ หรือ ความประหยัดเท่านั้น ยังรวมไปถึงทุก ๆเรื่องของการดำเนินชีวิต ที่เป็นสำคัญต้องรู้จักคำว่า พอเพียงให้ได้
ในโอกาสที่ "ไลฟ์ ออน แคมปัส - ออนไลน์" ได้ร่วมเดินทางไปกับ "โครงการ เยี่ยมเยือนศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยรังสิต" โดยครั้งนี้แวะเวียนไปเยี่ยมเยียน "คุณ วริสร รักษ์พันธุ์" ณ "ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ต" ซึ่งตั้งอยู่ริมหาดทุ่งวัวแล่น อ.ปะทิว จ.ชุมพร ผู้ริเริ่มนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการรีสอร์ตที่มีหนี้สินเป็นร้อยล้าน จนสามารถชดใช้หนี้ไปได้มากพอสมควรด้วยการนำแนวคิดพอเพียงมาประยุกต์
การเที่ยวชมรีสอร์ตแดนใต้เพื่อศึกษาแนวทางการดำเนินชีวิตของรุ่นพี่ มีรุ่นน้อง "ออย-พิรัตน์ดา อินทนนท์" นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต ขันอาสาพาเราไปดูไปชม
"คุณวริสร" เป็นนักธุรกิจไฟแรงวัย 36 ปี ที่เกือบจะถอดใจกับงานธุรกิจโรงแรม ด้วยอาการ "หนี้ท่วม" และภาวะ "น้ำท่วม" เมื่อหลายปีก่อน บอกเล่ากับเราให้ฟังถึงวิกฤตและโอกาสที่มาพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ภัยธรรมชาติ ภาวะหนี้สิน ทำเอาสติแทบแตก พลันที่ตั้งสติได้ก็เริ่มพลิกสถานการณ์ทางธุรกิจด้วยแนวคิดพอเพียง จนพยุงกิจการได้อย่างดี ณ ปัจจุบัน
"เมื่อครั้งเมืองไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตก 10 กว่าปีก่อน โรงแรมเหมือนจะเจ๊งไม่เป็นท่า บวกกับเราเป็นหนี้ที่กู้มาลงทุนจนหาทางออกไม่ได้ บวกกับภาวะน้ำท่วมใหญ่จากพายุ ส่งผลให้ไม่มีผู้เดินทางมาพักรีสอร์ต ต่างคนต่างก็ปรึกษากันว่า จะทำอย่างไร ตอนนั้นท่าทางทุกอย่างคงโดนธนาคารยึดนะ เราก็ได้แต่เครียด
พอดี อ.วิวัฒน์ ศัลย์กำธร เดินทางมาพัก จึงมีโอกาสได้พูดคุยกัน ท่านแนะนำว่าถ้าจะให้ธุรกิจดำเนินการต่อไปได้ ต้องหันมาใช้แนวทางพระราชดำริทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง โดยยินดีรับเป็นที่ปรึกษาให้"
ด้วยก่อนหน้าเจ้าตัวบอกมีหัวใจเป็นทุนในเรื่องของความต้องการที่จะดำเนินชีวิตตามรอยพระราชดำริ แต่ด้วยปัจจัยหลายอย่างทางธุรกิจทำให้ไม่สนใจอย่างจริงจังสักที
"รู้ครับเรื่องความพอเพียง แต่ก็รู้เหมือนที่คนทั่วไปรู้ อ่านเหมือนคนทั่วไปอ่าน แต่ไม่ได้นำมาใช้ ด้วยแนวทาง ด้วยจุดเริ่มต้นเรายังไม่มี ด้วยธุรกิจของเราเริ่มต้นจากการเป็นหนี้ด้วย พอมีโอกาสได้นำทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง ตามคำแนะนำของ อ.วิวัฒน์ ศัลย์กำธร ก็เริ่มจากการปรับปรุงสิ่งปลูกสร้างใหม่ทั้งหมด
โดยโรงแรมกู้เงินจาก ธ.ก.ส.มาก้อนหนึ่งเพื่อสร้างสถานีฐานความรู้ต่างๆ อย่าง เริ่มจากการปลูกข้าวที่เราย้อนไปหาต้นกำเนิดของคนไทย ว่าเราไม่ตายหากเรามีข้าว จากนั้นก็ต่อยอดไปเรื่อยๆ ให้ชาวบ้านเขาร่วมมือกับเรา เรามันเหมือนคนที่เขียนฝัน ชาวบ้านเหมือนคนสร้างฝัน โดยใช้วัตถุใกล้ตัว กับภูมิปัญญาที่มีอยู่แล้วนำมาทำ"
กว่า 2 ปีที่ ทำให้ หนี้ของธนาคาร ลดลงไปกว่าครึ่ง แต่ คำว่า "คุ้มค่า มากกว่าคุ้มทุน" ของในหลวงที่ท่านทรงตรัสไว้ ทำให้เจ้าตัวคิดได้ว่า การที่ยังมีหนี้อยู่นั้น ไม่ได้ชี้วัดว่าธุรกิจขาดทุนแต่อย่างใด สิ่งตอบแทนคือการได้เห็นรอยยิ้ม ความภูมิใจของชาวบ้านกับการสรรสร้างภูมิปัญญาเป็นอาชีพนั้นทำให้เขามีความสุขแบบที่เงินก็ซื้อไม่ได้ นั้นคุ้มค่ามากกว่า
" การให้ชาวบ้านได้เกิดกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกในชุมชน ให้เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม สามารถรักษาหรือปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับระบบนิเวศ โดยใช้ทรัพยากรการผลิตอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพไม่ก่อให้เกิดผลเสียทั้งในระยะสั้นและระยะยาวจนถึงคนรุ่นต่อไป
แม้ตอนนี้ หนี้ ยังคงมีอยู่แต่เราก็ปฏิบัติตัวเป็นลูกค้าที่ดีต่อธนาคาร เพราะคำที่ในหลวงตรัสไว้ว่า คุ้มค่ามากกว่าคุ้มทุน คือหากลงทุนอะไรแล้ว ทุนเยอะเป็นร้อยๆ ล้านหากคุ้มค่าก็ควรทำ เพราะคุ้มค่าดีกว่าคุ้มทุน อย่าง ตอนนี้ก็เปิดโอกาสให้บุคคลหรือหน่วยงานต่างๆ เข้าศึกษาดูงาน ในฐานะเราเป็นตัวอย่างที่ทำได้จริง ให้เขาได้ศึกษาเพื่อการเรียนรู้อย่างมีชีวิต โดยให้วิถีชีวิตของชาวบ้านนี่ล่ะเป็นตัวอย่าง
การที่เราเห็นชาวบ้านยิ้มได้เราก็สุขใจด้วย เหมือนใครเข้ามาดูว่า ทำอย่างไร อยู่อย่างไรกันนี่ ดูชาวบ้านเขาจะปลาบปลื้ม ยิ้มกันไม่หุบ มันก็ทำให้ผมยิ้มไปด้วย"
นอกจากชาวบ้านในเขตท้องถิ่นจะมีอาชีพแล้วนั้น ชุมพร คาบาน่า รีสอรท์ยังนับเป็นแห่ลงของการเรียนรู้ที่นอกจากชาวบ้านแล้วยังมีบรรดานักศึกษาที่เดินทางเข้ามาทำการเรียนรู้ถึงที่ อย่าง "วิ - วิชฬาห์ ชีวะสาธน์" นิสิตปริญญาโทจากจุฬาลงกรณ์มหาสวิทยาลัยที่ยกเอา "ชุมพร คาบาน่า รีสอรท์" เป็นกรณีศึกษา ในงานทีสิสเรื่องความพอเพียง
"วิ-วิชฬาห์" บอกเลือกทำทีสิสในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง เพราะกำลังเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอยู่มาก แม้ไม่ค่อยจะมีใครยึดปฏิบัติกันอย่างจริงจังก็ตาม แต่ที่ ชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท ทำจริง และบริหารกิจการตามแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง
"ตอนคิดเรื่องหัวข้อทำทีสิส ก็อยากทำเรื่องของ ความพอเพียงนะ เพราะมองว่า มีแต่คนสนใจ แม้จะมีเพียงไม่มากที่ใช้ชีวิตยึดหลักความพอเพียงจริงๆ พอเราทำเราก็คิดที่จะมาที่ชุมพรเลย เพราะมองว่าเขาเป็นอะไรที่ เป็นองค์กรเล็ก แต่มีแนวคิดที่จะคืนกลับมาสู่ชุมชน
จากการศึกษาที่นี่ ทำให้เราเห็นสภาพที่แท้จริงของความจำเป็นว่า สิ่งที่เราคิดว่าจำเป็น ในที่สุดแล้วมันไม่จำเป็นก็ได้ หรือสิ่งที่เราคิดว่า ไม่ใช้มันแล้ว ในที่สุดแล้วมันก็ยังมีประโยชน์ใช้ต่อได้ คิดว่าเราเอาตัวอย่างของที่นี่เป็นกรณีศึกษา มันน่าจะให้องค์ความรู้ที่ดีต่อคนอ่านได้มาก เพราะมีตัวอย่างที่ทำจริง หรือน้องๆ รุ่นต่อไปอาจจะ ต่อยอดไปในเรื่องอื่นๆได้"
ส่วนผู้นำทางเข้าศึกษาดูวิถีชีวิตของชุมชน และการบริหารการจัดการงานโรงแรมของรุ่นพี่ที่รับอาสาโดย "ออย-พิรัตน์ดา" นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยรังสิต บอกประทับใจในแนวคิดที่พอเพียง เรื่องการใช้วัตถุอย่างคุ้มค่า ที่ไม่เคยคิดว่า "มันทำได้จริง"
"เท่าที่เห็นทุกคนไม่ได้ทำไปเพื่อธุรกิจ เพียงอย่างเดียว แต่เหมือนทุกคนทำเพื่อธรรมชาติและความคุ้มค่าด้วย อย่างบริเวณศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน ซึ่งตั้งอยู่ภายในโรงแรม เช่น แปลงนาสาธิตปลูกข้าวเหลืองปะทิว การผลิตปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด โรงงานผลิตไบโอดีเซล โรงสีข้าวชุมชน ฯลฯ
ผลผลิตที่ได้มาใช้ประโยชน์ในโรงแรม นอกจากนี้ยังขายผลิตภัณฑ์ราคาถูกให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงอีก ส่วนเศษวัสดุอุปกรณ์ข้าวของเหลือใช้ภายในโรงแรมทุกอย่างเขาก็จะไม่ทิ้ง แต่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างเช่นน้ำมันพืชที่ใช้แล้วก็นำมาทำไบโอดีเซล รถของโรงแรมทุกคันจะไม่ใช้ดีเซลหรือเบนซิน แต่จะใช้น้ำมันไบโอดีเซลที่เราผลิตขึ้นเองมาไม่ต่ำกว่า 5 ปีแล้ว
ส่วนเศษอาหารที่เหลือในแต่ละวัน หรืออุจจาระก็จะนำมาทำปุ๋ยชีวภาพอัดเม็ด สร้างเครือข่ายชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง ให้หันมาทำการเกษตรในระบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษอย่างเต็มรูปแบบ โดยโรงแรมดูแลเรื่องการตลาด ส่วนหนึ่งโรงแรมจะรับซื้อไว้ให้บริการแขกที่มาพักและประสานไปยังพันธมิตร ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อรับซื้อผลผลิตของเกษตรกรที่อยู่ในเครือข่าย"
ส่วนที่ "ออย" เป็นอันประทับใจสุดๆ คือการต้อนรับของพนักงานทุกคน ที่ไม่เหมือนที่อื่น ๆที่เคยไป
"อาจารย์เคยพาพวกเราไปดูงานมา ส่วนมากก็จะเป็นโรงแรมใหญ่ๆ ที่ทำเลดี อยู่ใจกลางเมืองแต่ ทุกอย่างก็จะเต็มไปด้วยระเบียบ และต้องเนี๊ยบ อย่างคำที่เขาปลูกฝังพนักงานทุกคนมาว่า ลูกค้าคือ พระเจ้า หากเปรียบกับที่นี่ โรงแรมที่บริหารด้วยผู้บริหารที่มีแนวคิดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว มันไม่ใช่
เขาต้อนรับแบบเป็นกันเองอีก ความรู้สึกมันต่างกันนะทุกคนไม่ได้เสียเงินจ้างเขา แต่เหมือนพนักงานทุกคนเขามาต้อนรับเราในฐานะ แขกผู้มาเยือนมากกว่า"
ออยทิ้งท้ายไว้ว่า หลักเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เหมาะกับคนในชนบทเท่านั้น แต่เหมาะกับคนทุกคน ขึ้นอยู่กับการประยุกต์และปรับใช้ชีวิตให้พอเพียง
จาก ผู้จัดการออนไลน์ 5 ธันวาคม 2549
(http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9490000143089) |
|
|